Socializta Post

Socializta Post is our official blog that brings to you the latest insights on influencer and content marketing in Thailand and from around the world. Subscribe today to get a weekly update straight to your inbox.
อะไรที่ต้องระวัง หากคิดจะทำ Influencer Marketing

อะไรที่ต้องระวัง หากคิดจะทำ Influencer Marketing

เป็นที่วิพากษ์กันไปทั่วโลก เมื่อสื่อออนไลน์ในสิงคโปร์ อย่าง Mothership ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงรูปภาพบน Instagram ของ แดริล ไอเดน เหยา (Daryl Aiden Yow) ว่าเหมือนกับเอารูปจาก Shutterstock, CanStockPhoto และ Unsplash ฯลฯ มาใช้ จากนั้นแต่งรูปด้วยโฟโต้ช็อปแล้วโมเมว่าเป็นภาพที่เขาถ่ายเอง แม้แดริลจะปฏิเสธในตอนแรกว่าโดนใส่ร้าย แต่สุดท้ายต้องยอมจำนนด้วยหลักฐานออกมายอมรับ พร้อมกับขอโทษผ่าน Instagram ส่วนตัว ถึงการนำรูปคนอื่นมาโปรโมททั้งสินค้าและบริการให้กับแบรนด์ต่างๆ จนกระทั่งต้องลบรูปทั้งหมดมีเหลือไว้เพียงคำสารภาพยาวเหยียด

แดริล สร้างชื่อในฐานะช่างภาพและกลายเป็น Influencer บนโลกออนไลน์ ด้วยมีคนติดตามบน Instagram มากกว่า 100,000 คน โดยส่วนใหญ่ชื่นชมกับภาพถ่ายที่เขานำมาโพสต์ไว้ และยังได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรสอนเกี่ยวกับเทคนิคการถ่ายภาพและมีบทสัมภาษณ์กับสื่อต่างๆ อีกมากมายในสิงคโปร์ ทั้งยังเคยร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น Sony, Oppo และ Uniqlo แต่เมื่อปรากฏข่าวฉาว Sony โร่ออกโรงมาพูดถึงกรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าวว่า “ตกใจและผิดหวังกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก และเราไม่ได้นิ่งเฉยกับสิ่งที่เกิดขึ้น Sony ยึดมั่นกับการสร้างสรรค์งานอย่างมีศิลปะ แต่เราคงไม่กระทำการใดๆ ทางกฎหมายหรือเอาผิดกับการนำงานของคนอื่นมาใช้ในครั้งนี้” ส่วน  Uniqlo แจงว่าเคยร่วมงานกับแดริลแค่แคมเปญเดียว และเป็นการจัดงานในร้านที่พูดเกี่ยวกับการเดินทางของแดริลเท่านั้น

แต่สิ่งที่น่าคิดมากกว่านั้นคือ ในกรณีของแดริล จะเป็นเพียงหนึ่งในคนโชคร้ายที่โดนจับได้ หรือจะยังมีอีกสักกี่รายที่มีพฤติกรรมเช่นเดียวกันแต่ยังไม่ถูกเปิดโปง และจากสิ่งที่เกิดขึ้นจะโยนว่าเป็นความรับผิดชอบของ Influencer ที่ต้องยึดถือจรรยาบรรณ หรือต้องชี้นิ้ว ป้ายความผิดไปยังแบรนด์ต่างๆ ที่ไม่สามารถเลือกคนที่ใช่เพื่อเป็นตัวแทนของตัวเองได้อย่างเหมาะสม หรือเอาเข้าจริงจะไม่มีคนสนใจ เหตุการณ์นี้อาจเกิดขึ้นแล้วดับไปอย่างไม่ได้รับการแยแส และแบรนด์ต่างๆ ยังคงใช้แนวทางการสรรหาแบบที่ตัวเองคุ้นชิน คือดูจากจำนวนผู้ติดตามที่มากเข้าว่า โดยไม่สนว่าผลงานหรือสิ่งที่เขาพับบลิชออกไปนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร

จะเห็นได้ว่า นี่ไม่ใช่กรณีแรกของการมีข่าวฉาวเกี่ยวกับความไม่ซื่อของ Influencer เพราะเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา New York Times ได้ออกมาเปิดโปงเกี่ยวกับการซื้อขายผู้ติดตามปลอมรวมถึงสร้างยอดเอ็นเกจเม้นท์ของผู้อิทธิพลบนโลกออนไลน์บางคน จนกลายเป็นการจุดประเด็นให้กับนักการตลาดและแบรนด์ต่างๆ ได้คำนึงถึงเรื่องเหล่านี้มากขึ้น เห็นได้ชัดจากกรณีของยักษ์ใหญ่อย่าง ยูนิลีเวอร์  Keith Weed ผู้บริหารด้านการตลาดและการสื่อสารได้ประกาศกร้าวบนเวที Cannes Lions International Festival of Creativity 2018 ที่ผ่านมาว่า ยูนิลิเวอร์จะไม่ร่วมงานกับคนที่ซื้อยอดผู้ติดตามเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสร้างความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับแบรนด์ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าดีใจ ที่ผู้บริหารจากบริษัทดังขานรับ และเล็งเห็นถึงผลกระทบของการใช้ Influencer ที่ไร้จรรยาบรรณ

แม้ Influencer Marketing คือหนึ่งในกลยุทธ์ที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด Wall Street Journal ยังได้รายงานผลสำรวจนักการตลาดในสหรัฐฯ ว่ากว่า 75 เปอร์เซ็นต์หันมาใช้กลยุทธ์นี้ และเกินครึ่งจะเพิ่มงบขึ้นอีกในปีถัดไป แต่สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงอย่างมากคือจะหา Influencer อย่างไร ที่จะทำให้มั่นใจว่าจะไม่ส่งผลร้ายมากกว่าผลดี ทางออกที่ดีที่สุดคือต้องย้อนกลับไปดูเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ผ่านมาว่ายอดวิว คอมเม้นท์ ไลค์มันสมเหตุสมผลกันหรือไม่ ยอดการเติบโตของผู้ติดตามมีการขึ้นลงที่ปกติหรือน่าสงสัยอย่างไร หรือผลงานที่ผ่านมา เคยทำให้กับแบรนด์ไหนบ้าง มีคุณภาพหรือด้อยแค่ไหน แบบไหนทำแล้วเวิร์คหรืออันไหนทำแล้วคนดูไม่รับ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะต้องอาศัยเครื่องมือวิเคราะห์เดต้าในเชิงลึกที่เข้าถึงเพอร์ฟอร์แมนซ์ของแต่ละคนบนโลกออนไลน์ ที่ Socializta เรายึดถือกฎเหล็กข้อนี้อย่างจริงจัง ในการใช้เดต้าเป็นตัวขับเคลื่อนเพื่อคัดสรรคนที่ใช่ และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่า จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีและคุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุด

การวัดผลของเดต้าที่แม่นยำ น่าจะเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงและหลีกเลี่ยงการทำให้แบรนด์หรือบริษัทเสียชื่อเสียงได้ไม่น้อย

Facebooktwittergoogle_pluslinkedinmailFacebooktwittergoogle_pluslinkedinmail
Comments are closed.